Sportsnet ใช้งานไม่ได้: เกิดอะไรขึ้นและควรทำอย่างไร
เมื่อ Sportsnet ใช้งานไม่ได้ อาการอาจเป็นเกมที่โหลดไม่ขึ้นเสียที แอปเปิดไม่ได้บนทีวี ล็อกอินล้มเหลวซ้ำ ๆ หรือสตรีมค้างตอนช่วงสำคัญ บางครั้ง Sportsnet+ ก็แจ้งว่าคุณไม่ได้สมัครสมาชิก เกมถูกแบล็กเอาต์ หรือบริการไม่พร้อมใช้งานในพื้นที่ของคุณ
คู่มือนี้จะพาไปดูทีละปัญหา บอกวิธีแยกว่า Sportsnet ล่มทั้งระบบหรือเป็นปัญหาเฉพาะเครื่อง และอธิบายว่า Planet VPN ช่วยได้ตรงไหนและช่วยไม่ได้ตรงไหน

ทำไม Sportsnet ใช้งานไม่ได้?
Sportsnet ถ่ายทอดสดเกมผ่าน Sportsnet+ ซึ่งดูได้ในแอป Sportsnet บน watch.sportsnet.ca และในแอปบนทีวี ปัญหาอาจเริ่มได้จากหลายจุด ทั้งอินเทอร์เน็ต แอปหรืออุปกรณ์ วิธีที่คุณล็อกอิน แพ็กเกจที่ใช้ ตำแหน่งที่อยู่ หรือเซิร์ฟเวอร์ของ Sportsnet เอง กีฬาสดดึงผู้ชมจำนวนมหาศาลในเวลาเดียวกัน จุดอ่อนจึงมักโผล่ออกมาในเกมใหญ่ที่สุด
วิธีแก้ไข
- รีสตาร์ตแอป Sportsnet และอุปกรณ์ที่ใช้ดู
- เช็กว่าแอปและเว็บไซต์อื่นโหลดได้ปกติบนเครือข่ายเดียวกัน
- อัปเดตแอป Sportsnet และซอฟต์แวร์ของอุปกรณ์
- ออกจากระบบ Sportsnet+ แล้วล็อกอินใหม่ด้วยวิธีเดิมที่เคยใช้
- ดูรายละเอียดเกมว่ามีประกาศแบล็กเอาต์หรือย้ายไปช่องอื่นหรือไม่
Sportsnet ล่ม หรือเป็นที่เครื่องคุณ?
Sportsnet+ เคยล่มระหว่างอีเวนต์ใหญ่ ในเกมที่ 4 และ 7 ของ World Series ปี 2025 แฟน Blue Jays จำนวนมากหลุดจากสตรีมกลางเกม และบางคนเจอหน้าจอ “Code 22” ที่ให้ตรวจสอบเครือข่าย Sportsnet ระบุว่าความขัดข้องในเกมที่ 7 มาจากผู้ให้บริการภายนอก และแนะนำให้ผู้ชมไปดูสตรีมฟรีบน Sportsnet.ca ระหว่างที่กำลังแก้ไข
ถ้าข้อผิดพลาดเดียวกันขึ้นทุกอุปกรณ์และทุกเครือข่าย และแฟนคนอื่นก็รายงานเหมือนกัน แปลว่าปัญหาอยู่ที่ Sportsnet แต่ถ้ามีแค่ทีวีหรือโทรศัพท์เครื่องเดียวที่มีปัญหา สาเหตุก็อยู่ที่ฝั่งคุณ
วิธีแก้ไข
- เช็ก Downdetector หรือเว็บติดตามที่คล้ายกันว่ามีรายงานปัญหา Sportsnet พุ่งขึ้นหรือไม่
- ดูบัญชีโซเชียลทางการของ Sportsnet เพื่อติดตามอัปเดตเรื่องระบบล่ม
- ลองดูสตรีมบนอุปกรณ์เครื่องที่สองหรือผ่านเน็ตมือถือ
- เปิด watch.sportsnet.ca ในเบราว์เซอร์เพื่อดูว่ามีปัญหาแค่ที่แอปหรือไม่
- ถ้าระบบล่มจริง ให้รอจนกว่าจะกลับมา เพราะการติดตั้งแอปใหม่ไม่ช่วยอะไร
Sportsnet โหลดไม่ขึ้น

หน้าเกมที่หมุนค้างไม่หยุด หน้าต่างเพลเยอร์สีดำ หรือสตรีมที่ค้างตั้งแต่ต้น มักเกิดจากสัญญาณอินเทอร์เน็ตอ่อน แคชเก่า หรือแอปที่ไม่อัปเดต ในเบราว์เซอร์ ตัวบล็อกโฆษณาและส่วนขยายด้านความเป็นส่วนตัวอาจทำให้เพลเยอร์วิดีโอโหลดไม่ขึ้น ส่วนบนทีวีและสตรีมมิ่งสติ๊ก หน่วยความจำไม่พอหลังจากไม่ได้รีสตาร์ตมาหลายสัปดาห์ก็เป็นสาเหตุที่พบบ่อย
วิธีแก้ไข
- ปิดทีวีหรือสตรีมมิ่งสติ๊กไว้หนึ่งนาทีเต็ม แล้วลองใหม่
- ล้างแคชของแอป หรือล้างแคชและคุกกี้ของเบราว์เซอร์
- ปิดตัวบล็อกโฆษณาและส่วนขยายด้านความเป็นส่วนตัวบน watch.sportsnet.ca
- ทดสอบความเร็วเน็ต และรีสตาร์ตเราเตอร์ถ้าอินเทอร์เน็ตช้า
- ติดตั้งอัปเดตล่าสุดของแอปและอุปกรณ์
แอป Sportsnet เปิดไม่ได้

ถ้าแอป Sportsnet ปิดตัวทันทีที่แตะ แครชกลางเกม ค้างที่หน้าจอเปิดแอป หรือติดตั้งไม่ได้ ข้อมูลแอปอาจเสียหายหรือซอฟต์แวร์ของอุปกรณ์อาจเก่าเกินไป ผู้ใช้ Apple TV เคยรายงานว่าแอปค้างที่สถานะ “downloading” หลังติดตั้งใหม่ และสำหรับบางคน การอัปเดตซอฟต์แวร์ Apple TV ช่วยแก้ได้
วิธีแก้ไข
- บังคับปิดแอปแล้วเปิดใหม่
- รีสตาร์ตอุปกรณ์ แล้วเช็กอัปเดตของแอปและระบบ
- ลบแอป Sportsnet แล้วติดตั้งใหม่
- ปิดแอปที่ทำงานเบื้องหลัง และเคลียร์พื้นที่ถ้าอุปกรณ์ใกล้เต็ม
- ถ้าแอปบนทีวียังเปิดไม่ได้ ให้สตรีมบนโทรศัพท์แล้วแคสต์หรือใช้ AirPlay ขึ้นทีวี
ปัญหาล็อกอิน Sportsnet+
คุณล็อกอิน Sportsnet+ ได้สองวิธีหลัก คือใช้บัญชี Sportsnet+ โดยตรง หรือผ่านผู้ให้บริการทีวีอย่าง Rogers หรือ Bell ปัญหาล็อกอินจำนวนมากเกิดจากการเลือกตัวเลือกผิด หรือระบบล็อกอินของผู้ให้บริการเสียจากฝั่งผู้ให้บริการเอง เช่น ลูกค้า Bell เคยรายงานว่าล็อกอินไม่ผ่านและเจอข้อความ “Page can’t be found” จนกระทั่งสองบริษัทแก้ไขการเชื่อมต่อ
บนทีวี ให้กรอกรหัสหกหลักที่แสดงบนหน้าจอที่ watch.sportsnet.ca/activate สำหรับบัญชี Sportsnet+ หรือที่หน้าเปิดใช้งานของผู้ให้บริการทีวี
เคล็ดลับ: ถ้าการล็อกอินผ่านผู้ให้บริการทีวีแจ้งขึ้นมากะทันหันว่าคุณไม่ได้สมัครสมาชิก ให้ออกจากระบบให้หมด แล้วล็อกอินใหม่ในหน้าต่างส่วนตัวของเบราว์เซอร์ แฟน ๆ พบว่าวิธีนี้ช่วยเคลียร์เซสชันที่ค้างหลังผู้ให้บริการมีปัญหา
วิธีแก้ไข
- เลือกวิธีล็อกอินให้ตรงกับช่องทางที่คุณจ่ายเงิน คือบัญชี Sportsnet+ หรือผู้ให้บริการทีวี
- รีเซ็ตรหัสผ่าน Sportsnet+ และเช็กอีเมลในโฟลเดอร์สแปม
- ถ้าล็อกอินผ่านผู้ให้บริการทีวี ให้ตรวจสอบว่าแพ็กเกจยังรวม Sportsnet อยู่
- ออกจากระบบทุกอุปกรณ์ แล้วล็อกอินใหม่บนอุปกรณ์เดียว
- ติดต่อผู้ให้บริการทีวีถ้าล็อกอินผ่านผู้ให้บริการไม่ได้ หรือติดต่อฝ่ายซัพพอร์ต Sportsnet+ ถ้าเป็นบัญชีโดยตรง
Sportsnet แจ้งว่า Not Subscribed
ข้อความ “Not Subscribed” หรือ “Subscription required” มักหมายความว่าเกมนั้นไม่อยู่ในแพ็กเกจของคุณ สำหรับฤดูกาล NHL 2026–27 รายการ Monday Night Hockey สตรีมเฉพาะบน Sportsnet+ ลูกค้าทีวีที่ไม่ได้ใช้ Rogers Xfinity จึงต้องซื้อส่วนเสริม Sportsnet+ ราคา $12.99 ต่อเดือนเพื่อดู
Sportsnet+ ยังมีระดับ Standard และ Premium และเกม NHL นอกพื้นที่ของคุณต้องใช้ Premium ส่วนเกม NHL วันพุธสตรีมบน Prime Video ไม่ใช่ Sportsnet+ ถ้าคุณซื้อ Sportsnet ผ่าน Prime Video Channels ต้องดูในแอป Prime Video ไม่ใช่แอป Sportsnet
วิธีแก้ไข
- เช็กตารางออกอากาศว่าเกมอยู่ช่องหรือบริการไหน
- เทียบเกมกับแพ็กเกจของคุณ ทั้งแพ็กเกจทีวี Sportsnet+ Standard หรือ Premium หรือส่วนเสริม
- ตรวจสอบว่าการชำระเงินล่าสุดผ่านแล้วและแพ็กเกจยังไม่หมดอายุ
- ออกจากระบบแล้วล็อกอินใหม่เพื่อรีเฟรชสิทธิ์การรับชมของบัญชี
- ถ้าสมัครผ่าน Prime Video ให้เปิดเกมในแอป Prime Video
Sportsnet ใช้งานไม่ได้บนทีวี
แอป Sportsnet ใช้ได้บน Apple TV, Amazon Fire TV, อุปกรณ์ Google TV, Xbox และกล่อง Rogers Xfinity แต่คุณภาพแตกต่างกันไปตามแพลตฟอร์ม หลังอัปเดต tvOS ผู้ใช้ Apple TV บางคนเจอภาพกระตุกและภาพกับเสียงไม่ตรงกัน ในขณะที่สตรีมเดียวกันเล่นได้ปกติบน iPad ส่วน Roku ไม่มีแอป Sportsnet แบบแยก ผู้ใช้ Roku จึงต้องแคสต์หรือใช้อุปกรณ์อื่น
วิธีแก้ไข
- รีสตาร์ตทีวีหรืออุปกรณ์สตรีมมิ่ง และอัปเดตซอฟต์แวร์
- ลบแอป Sportsnet บนทีวีแล้วติดตั้งใหม่
- กรอกรหัสเปิดใช้งานอีกครั้งถ้าแอปบนทีวีพาคุณออกจากระบบ
- แคสต์หรือใช้ AirPlay จากโทรศัพท์ถ้าแอปบนทีวียังมีปัญหาอยู่เรื่อย ๆ
- บน Roku ให้แคสต์จากแอป Sportsnet หรือเสียบอุปกรณ์สตรีมมิ่งที่รองรับ
Sportsnet กระตุก บัฟเฟอร์
การบัฟเฟอร์ ภาพเบลอ หรือสตรีมที่ช้ากว่าภาพสด มักมาจากอินเทอร์เน็ตของคุณ โดยเฉพาะ Wi-Fi ที่มีคนใช้เยอะระหว่างเกมใหญ่ อุปกรณ์หลายเครื่องที่สตรีมพร้อมกันในบ้านจะแย่งแบนด์วิดท์กัน และผู้ให้บริการบางรายก็จำกัดความเร็วทราฟฟิกวิดีโอในช่วงเวลาที่มีคนใช้มาก
วิธีแก้ไข
- ทดสอบความเร็วเน็ตและขยับเข้าใกล้เราเตอร์
- ใช้การเชื่อมต่อแบบสาย หรือ Wi-Fi ย่าน 5 GHz
- หยุดการดาวน์โหลดและสตรีมอื่น ๆ ในเครือข่ายไว้ก่อน
- เริ่มสตรีมใหม่เพื่อกลับไปที่ภาพสด
- ถ้าสงสัยว่าถูกจำกัดความเร็ว ให้ลองเซิร์ฟเวอร์ VPN ในแคนาดาที่อยู่ใกล้ เพราะเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ไกลจะเพิ่มดีเลย์
เกม Sportsnet ถูกแบล็กเอาต์
แบล็กเอาต์ตามภูมิภาคเป็นไปตามลิขสิทธิ์การถ่ายทอด Sportsnet มีช่องภูมิภาคสี่ช่อง (Pacific, West, Ontario และ East) และเกม NHL บนช่องภูมิภาคมักถูกแบล็กเอาต์นอกพื้นที่ของทีมนั้น ตัวอย่างเช่น เกมของ Flames และ Oilers บน Sportsnet West ถูกแบล็กเอาต์ในแมนิโทบา ถิ่นของ Winnipeg Jets มานานแล้ว
สำหรับฤดูกาล 2026–27 Sportsnet ยกเลิกแบล็กเอาต์ภูมิภาคไป 150 รายการ แต่บางเกมยังมีข้อจำกัดอยู่ และเกมภูมิภาคที่ถูกแบล็กเอาต์ต้องใช้แพ็กเกจนอกพื้นที่ Sportsnet ใช้กฎเหล่านี้ตามตำแหน่งของการเชื่อมต่อ ดังนั้น VPN หรือเครือข่ายมือถือที่ระบุตำแหน่งผิดอาจทำให้เจอแบล็กเอาต์โดยไม่คาดคิด
วิธีแก้ไข
- เช็กตารางว่าเกมเป็นเกมภูมิภาคหรือไม่ และออกอากาศช่องไหน
- ปิด VPN หรือพร็อกซีเพื่อให้ Sportsnet เห็นตำแหน่งจริงของคุณ
- เปลี่ยนจากเน็ตมือถือไปใช้ Wi-Fi ที่บ้านถ้าระบบอ่านตำแหน่งผิด
- อัปเกรดเป็น Sportsnet+ Premium ถ้าคุณเชียร์ทีมจากภูมิภาคอื่น
- ดูเกมในภูมิภาคของคุณผ่านช่องท้องถิ่น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของ Sportsnet

มีข้อความไม่กี่แบบที่โผล่ขึ้นมาซ้ำ ๆ เมื่อ Sportsnet+ มีปัญหา นี่คือความหมายของแต่ละข้อความและสิ่งที่ควรทำ
| ข้อผิดพลาด | ความหมาย | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| รหัส 22: “We have detected an issue with your network. Please check your connection and try again.” | เครือข่ายหรือการสตรีมล้มเหลว และยังเคยขึ้นระหว่างที่ Sportsnet+ ล่ม | ตรวจสอบอินเทอร์เน็ตและเริ่มสตรีมใหม่ แล้วดูว่าคนอื่นรายงานว่าระบบล่มหรือไม่ |
| “Not Subscribed” หรือ “Subscription required” | บัญชีที่คุณล็อกอินไม่ครอบคลุมเกมหรือช่องนั้น | ตรวจสอบแพ็กเกจหรือส่วนเสริม แล้วออกจากระบบและล็อกอินใหม่ |
| “Page can’t be found” (ล็อกอินผ่านผู้ให้บริการทีวี) | หน้าล็อกอินของผู้ให้บริการโหลดไม่ขึ้น | ลองใช้หน้าต่างส่วนตัวของเบราว์เซอร์ แล้วติดต่อผู้ให้บริการทีวี |
| “Streaming is not available in your region” | Sportsnet+ ตรวจพบตำแหน่งที่อยู่นอกแคนาดา | ปิด VPN หรือพร็อกซี หรือตรวจสอบตำแหน่งของการเชื่อมต่อ |
ทำไมเข้า Sportsnet ไม่ได้?
Sportsnet+ ทำมาสำหรับผู้ชมในแคนาดา สตรีมจึงหยุดเมื่อบริการเห็นว่าคุณอยู่นอกประเทศ และการสมัครโดยทั่วไปต้องใช้วิธีชำระเงินของแคนาดา ส่วนในชีวิตประจำวัน เครือข่าย Wi-Fi ของโรงเรียน ที่ทำงาน โรงแรม และที่สาธารณะมักบล็อกเว็บสตรีมมิ่งเพื่อประหยัดแบนด์วิดท์ ทำให้ Sportsnet ใช้ไม่ได้ทั้งที่บัญชีของคุณไม่มีปัญหา
เมื่อการบล็อกมาจากเครือข่ายที่คุณใช้อยู่ VPN จะพาคุณอ้อมตัวกรองนั้นไปได้ แต่ไม่ได้เปลี่ยนลิขสิทธิ์ของ Sportsnet+ ซึ่งยังขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ที่ไหน
วิธีแก้ไข
- เปลี่ยนไปใช้เน็ตมือถือเพื่อเช็กว่าปัญหาอยู่ที่ Wi-Fi หรือไม่
- เชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ VPN เพื่อผ่านการบล็อกบนเครือข่ายโรงเรียน ที่ทำงาน หรือโรงแรม
- เปลี่ยน DNS ถ้าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตกรองเว็บสตรีมมิ่ง
- ตรวจสอบการควบคุมโดยผู้ปกครองหรือกฎไฟร์วอลล์บนเราเตอร์
- บนอุปกรณ์ของที่ทำงานหรือโรงเรียนที่มีผู้ดูแล เจ้าของเครือข่ายอาจยังจำกัดการเข้าถึงอยู่
เมื่อไหร่ VPN ช่วยแก้ปัญหา Sportsnet ได้
VPN มีประโยชน์เมื่ออุปสรรคอยู่ที่เครือข่าย มันช่วยให้ Sportsnet ผ่านการบล็อกบน Wi-Fi ของโรงเรียน ที่ทำงาน หรือที่สาธารณะ ปกป้องการเชื่อมต่อบนเครือข่ายโรงแรมและคาเฟ่ และบางครั้งช่วยลดการจำกัดความเร็วจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ทำให้ภาพกระตุกระหว่างเกมใหญ่
แต่ VPN ไม่สามารถทำให้ Sportsnet+ ที่ล่มกลับมาได้ แก้รหัสผ่านผิดหรือแพ็กเกจที่หมดอายุไม่ได้ ซ่อมแอปบนทีวีที่มีบั๊กไม่ได้ และเปลี่ยนเกมที่อยู่ในแพ็กเกจของคุณไม่ได้ อีกทั้งไม่ใช่วิธีที่ไว้ใจได้ในการเลี่ยงแบล็กเอาต์ตามภูมิภาค และกฎของ Sportsnet ก็ยังมีผลอยู่ หากอยากลองใช้ Planet VPN มีคำอธิบายวิธีตั้งค่าในหน้า VPN สำหรับ Sportsnet และแฟนฮอกกี้อ่านเพิ่มเติมเรื่องการใช้ VPN สำหรับ NHL ได้
Sportsnet ใช้งานไม่ได้เมื่อเปิด VPN
Sportsnet ตรวจสอบ IP address ของทุกการเชื่อมต่อ และคู่มือ VPN หลายแห่งรายงานว่า Sportsnet ตรวจจับและบล็อกเซิร์ฟเวอร์ VPN จำนวนมากเพื่อปกป้องลิขสิทธิ์การถ่ายทอดและกฎแบล็กเอาต์ IP ของเซิร์ฟเวอร์ที่มีคนใช้ร่วมกันจำนวนมากถูกตรวจจับได้ง่ายที่สุด ส่วน DNS หรือ WebRTC รั่วและคุกกี้เก่าก็อาจเผยตำแหน่งที่ไม่ตรงกับเซิร์ฟเวอร์ของคุณ
วิธีแก้เหล่านี้เป็นการปรับการเชื่อมต่อแบบง่าย ๆ และลิขสิทธิ์รวมถึงแบล็กเอาต์ของ Sportsnet+ ก็ยังขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ที่ไหน
วิธีแก้ไข
- เปลี่ยนไปใช้เซิร์ฟเวอร์อื่นในแคนาดา หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ปรับแต่งมาเพื่อสตรีมมิ่ง แล้วเปิดแอปใหม่
- ตัดการเชื่อมต่อ VPN แล้วเชื่อมต่อใหม่
- ล้างคุกกี้และแคชของเบราว์เซอร์ หรือแคชของแอป หลังเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์
- ล้างแคช DNS และเปิดการป้องกัน DNS รั่ว
- ตรวจสอบว่าเซิร์ฟเวอร์อยู่ในแคนาดา ซึ่งเป็นที่ที่บัญชี Sportsnet+ ของคุณใช้ได้
- ติดต่อฝ่ายซัพพอร์ตของ VPN ถ้า Sportsnet ยังตรวจจับการเชื่อมต่ออยู่
ทำไม Sportsnet ใช้งานไม่ได้บนโทรศัพท์?

บนโทรศัพท์ แอป Sportsnet ต้องรับมือกับโหมดประหยัดแบตเตอรี่ พื้นที่เก็บข้อมูลน้อย และสัญญาณมือถือที่ไม่เสถียร แฟน ๆ มักรายงานว่าแอปมือถือค้างหรือวนอยู่ที่หน้าล็อกอิน และวิธีแก้บน iPhone กับ Android ก็ต่างกัน
Sportsnet ใช้งานไม่ได้บน iPhone
iPhone ไม่มีตัวเลือกให้ล้างแคชของแอปใดแอปหนึ่ง การเอาแอปออกชั่วคราว (Offload) หรือติดตั้งแอป Sportsnet ใหม่จึงเป็นการรีเซ็ต ถ้าแอปใช้ได้แต่อยากดูเกมบนจอใหญ่ ให้ใช้ AirPlay ไปที่ Apple TV หรือสมาร์ททีวีที่รองรับ
วิธีแก้ไขบน iPhone
- รีสตาร์ต iPhone และอัปเดต iOS
- อัปเดตแอป Sportsnet จาก App Store
- เอาแอปออกชั่วคราว (Offload) ในการตั้งค่า แล้วติดตั้งใหม่
- ปิดโหมดพลังงานต่ำ และเช็กขีดจำกัดใน Screen Time
- รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่ายถ้าสตรีมใช้ไม่ได้ในทุกเครือข่าย
Sportsnet ใช้งานไม่ได้บน Android
Android ให้คุณล้างแคชและข้อมูลของแอป Sportsnet ได้โดยตรง ซึ่งแก้ปัญหาโหลดไม่ขึ้นและการวนที่หน้าล็อกอินได้หลายกรณี และควรเช็กด้วยว่าการเพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่และโหมดประหยัดอินเทอร์เน็ต (Data Saver) ไม่ได้ตัดการทำงานเบื้องหลังของแอป
วิธีแก้ไขบน Android
- ล้างแคชของ Sportsnet ในการตั้งค่า แล้วเลือกแอป
- อนุญาตข้อมูลเบื้องหลังและปิดการเพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่สำหรับแอปนี้
- อัปเดตแอปและบริการ Google Play
- ล้างพื้นที่เก็บข้อมูลของแอปแล้วล็อกอินใหม่ถ้าแอปพาคุณออกจากระบบอยู่เรื่อย ๆ
- ติดตั้งแอปใหม่ถ้ายังโหลดไม่ขึ้น
วิธีป้องกันปัญหา Sportsnet ในอนาคต
ก่อนเริ่มฤดูกาล ให้เช็กว่าแพ็กเกจของคุณครอบคลุมเกมไหนบ้าง โดยเฉพาะ Monday Night Hockey บน Sportsnet+ และเกมวันพุธบน Prime Video อัปเดตแอปและซอฟต์แวร์ทีวีอยู่เสมอ และล็อกอินบนทีวีไว้ก่อนเกมเริ่มนาน ๆ ถ้าคุณดูบนเครือข่ายที่มีข้อจำกัดบ่อย ๆ ให้เตรียม VPN ไว้
สรุป
เมื่อ Sportsnet ใช้งานไม่ได้ ให้ไล่ตามลำดับ: เช็กว่าระบบล่มหรือไม่ ทดสอบอินเทอร์เน็ต อัปเดตหรือติดตั้งแอปใหม่ แล้วตรวจสอบวิธีล็อกอินและแพ็กเกจ แบล็กเอาต์และข้อความ “Not Subscribed” มาจากลิขสิทธิ์และแพ็กเกจ การติดตั้งแอปใหม่จึงไม่เปลี่ยนอะไร ถ้า Sportsnet ใช้ได้ทุกที่ยกเว้นเครือข่ายเดียว สาเหตุน่าจะเป็นการบล็อกในเครือข่ายนั้น และนั่นคือจุดที่ Planet VPN ช่วยได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
1. ทำไมวันนี้ Sportsnet ใช้งานไม่ได้?
อาจเป็นเพราะ Sportsnet+ ล่ม อินเทอร์เน็ตหรือแอปของคุณมีปัญหา หรือเกมนั้นถูกแบล็กเอาต์ เช็ก Downdetector และบัญชีโซเชียลของ Sportsnet ลองใช้อุปกรณ์อื่น แล้วรีสตาร์ตและอัปเดตแอป
-
2. ทำไม Sportsnet ใช้งานไม่ได้บนทีวี?
แอปบนทีวีมักมีปัญหาหลังอัปเดตซอฟต์แวร์ หลังถูกออกจากระบบ หรือเมื่อหน่วยความจำไม่พอ รีสตาร์ตและอัปเดตอุปกรณ์ ติดตั้งแอป Sportsnet ใหม่และกรอกรหัสเปิดใช้งานอีกครั้ง หรือแคสต์จากโทรศัพท์
-
3. ทำไม Sportsnet บอกว่าฉันไม่ได้สมัครสมาชิก?
บัญชีที่คุณล็อกอินไม่ครอบคลุมเกมหรือช่องนั้น เช็กว่าต้องใช้ Sportsnet+ Premium หรือส่วนเสริม Sportsnet+ หรือไม่ ตรวจสอบว่าแพ็กเกจทีวียังรวม Sportsnet อยู่ แล้วออกจากระบบและล็อกอินใหม่
-
4. รหัสข้อผิดพลาด 22 บน Sportsnet คืออะไร?
รหัส 22 แจ้งว่า “We have detected an issue with your network.” อาจเกิดจากอินเทอร์เน็ตของคุณเอง แต่ผู้ชมจำนวนมากก็เจอระหว่างที่ Sportsnet+ ล่มใน World Series ปี 2025 ตรวจสอบเครือข่ายของคุณ แล้วดูว่าแฟนคนอื่นรายงานปัญหาหรือไม่
-
5. ทำไม Sportsnet ไม่มีบน Roku?
ไม่มีแอป Sportsnet แบบแยกบน Roku คุณแคสต์จากแอป Sportsnet บนโทรศัพท์ได้ เชื่อมต่ออุปกรณ์ที่รองรับอย่าง Fire TV หรือ Apple TV หรือดู Sportsnet ผ่าน Prime Video Channels ในแอป Prime Video
-
6. VPN ช่วยแก้ Sportsnet ใช้งานไม่ได้หรือไม่?
บางครั้ง VPN ช่วยผ่านการบล็อกบน Wi-Fi ได้ และอาจลดการจำกัดความเร็ว แต่แก้ปัญหาระบบล่ม ปัญหาบัญชี หรือบั๊กของแอปไม่ได้ และไม่ใช่วิธีที่ไว้ใจได้ในการเลี่ยงแบล็กเอาต์หรือลิขสิทธิ์ของ Sportsnet+ ที่จำกัดเฉพาะในแคนาดา